QR-Code
สแกนคิวอาร์โค๊ดด้านบนหรือ
คลิ๊กปุ่มด้านล่างได้เลยค่ะ
เพิ่มเพื่อน
ปิด
บทความ
รายการบทความล่าสุด คลิ๊กที่นี่ หากต้องการดูทั้งหมด
สอนพ่อแม่พูดภาษาอังกฤษกับลูก

สอนพ่อแม่พูดภาษาอังกฤษกับลูก ฉบับคนไม่เก่งอังกฤษ

สวัสดีค่ะ กุ้งเองนะคะ

ถ้าคุณพิมพ์ค้นว่า "สอนพ่อแม่พูดภาษาอังกฤษกับลูก" แล้วมาเจอหน้านี้ กุ้งเดาว่าคุณน่าจะอยากพูดภาษาอังกฤษกับลูกมาสักพักแล้ว แต่ยังไม่ได้เริ่ม เพราะใจหนึ่งคิดว่า "ภาษาอังกฤษเราเองยังไม่ดีเลย จะไปสอนลูกได้ยังไง"

หน้านี้กุ้งเขียนให้พ่อแม่แบบนั้นค่ะ ไม่ได้เขียนให้คนที่เก่งอังกฤษอยู่แล้ว ทุกอย่างในหน้านี้ตั้งใจให้ ใช้ได้เลยตั้งแต่พรุ่งนี้เช้า และพิมพ์เก็บไว้ติดตู้เย็นได้ค่ะ

ก่อนเริ่ม: 3 เรื่องที่ทำให้พ่อแม่ไม่กล้าเริ่ม

1. "ต้องเก่งอังกฤษก่อน ถึงจะสอนลูกได้"

ไม่จริงค่ะ สิ่งที่ลูกต้องการไม่ใช่ครูที่รู้ไวยากรณ์ครบ แต่คือ คนที่พูดกับเขาบ่อยๆ ในเรื่องที่เกิดขึ้นตรงหน้า ประโยคที่ใช้กับเด็กเล็กส่วนใหญ่สั้นมาก อย่าง "Time to eat." หรือ "Put on your shoes." ซึ่งพ่อแม่ส่วนใหญ่พูดได้อยู่แล้ว แค่ยังไม่ได้เอามาพูดจริง

2. "สำเนียงเราไม่ดี กลัวลูกจำผิด"

เด็กฟังเสียงจากหลายทางค่ะ ทั้งจากเรา จากนิทาน จากเพลง จากการ์ตูน เสียงของเราเป็นแค่หนึ่งในนั้น สิ่งที่เราให้ได้และสื่ออื่นให้ไม่ได้ คือการคุยโต้ตอบกันจริงๆ ส่วนเรื่องสำเนียง ให้ใช้เสียงเจ้าของภาษาเป็นตัวช่วยฟังเทียบ ทั้งตัวเราและลูกก็ค่อยๆ ปรับไปด้วยกันได้

3. "พูดสองภาษา ลูกจะสับสน"

เด็กที่โตมากับสองภาษา อาจพูดปนสองภาษาในประโยคเดียวในช่วงแรก เช่น "แม่ ดู dog" อันนี้เป็นเรื่องปกติของเด็กที่กำลังเรียนสองภาษา ไม่ได้แปลว่าเขาสับสนค่ะ เขากำลังใช้ทุกคำที่ตัวเองมีเพื่อบอกสิ่งที่อยากบอก

หลักเดียวที่ต้องจำ: พูดตอนที่มันเกิดขึ้นจริง

ถ้าจำได้แค่ข้อเดียวจากหน้านี้ ขอให้เป็นข้อนี้ค่ะ อย่าแยกเวลามา "สอน" ภาษาอังกฤษ ให้พูดแทรกเข้าไปในสิ่งที่ทำกับลูกอยู่แล้วทุกวัน ตอนตื่นนอน ตอนกินข้าว ตอนอาบน้ำ ตอนออกจากบ้าน

เพราะคำที่ลูกได้ยินพร้อมกับเห็นของจริง ทำจริง จะมีความหมายสำหรับเขามากกว่าคำที่ท่องจากบัตรคำ และสำหรับพ่อแม่เอง แบบนี้ก็ไม่ต้องหาเวลาเพิ่มเลยค่ะ

แผน 4 สัปดาห์ สำหรับพ่อแม่ที่เพิ่งเริ่ม

แผนนี้เป็นแผนให้ พ่อแม่ ค่อยๆ พูดจนติดเป็นนิสัยนะคะ ไม่ใช่แผนวัดผลลูก เด็กแต่ละคนรับภาษาเร็วช้าไม่เท่ากัน ไม่ต้องเทียบกับบ้านไหนเลยค่ะ

แผน 4 สัปดาห์ สอนพ่อแม่พูดภาษาอังกฤษกับลูก

สัปดาห์ที่ 1 · เลือกช่วงเดียว พูดวันละ 5 ประโยค

เลือกกิจวัตรมา ช่วงเดียว ที่ทำทุกวันแน่ๆ เช่น ตอนอาบน้ำ แล้วใช้ประโยคเดิม 5 ประโยคซ้ำทุกวันตลอดสัปดาห์ การพูดซ้ำไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อสำหรับเด็กค่ะ เขาชอบความคาดเดาได้ และพูดซ้ำทำให้เราเองพูดคล่องขึ้นด้วย

สัปดาห์ที่ 2 · เล่าสิ่งที่ตัวเองกำลังทำ

เพิ่มการพูดบรรยายสิ่งที่เรากำลังทำ เหมือนพากย์ตัวเองให้ลูกฟังค่ะ ไม่ต้องรอให้ลูกตอบ

  • I'm cutting the apple. แม่กำลังหั่นแอปเปิล
  • Now I'm washing the plate. ตอนนี้แม่ล้างจานอยู่
  • You're building a tower. It's so tall! หนูกำลังต่อตึกอยู่ สูงจังเลย

สัปดาห์ที่ 3 · ถามแบบให้เลือก

เริ่มถามคำถามสั้นๆ โดยเฉพาะ คำถามที่มีคำตอบให้เลือก เพราะลูกได้ยินคำตอบอยู่ในคำถามแล้ว ตอบง่ายกว่าคำถามปลายเปิดมาก

  • Do you want milk or water? เอานมหรือน้ำ
  • The red one or the blue one? อันสีแดงหรืออันสีน้ำเงิน
  • Where is the ball? ลูกบอลอยู่ไหนนะ

สัปดาห์ที่ 4 · ต่อประโยคของลูกให้ยาวขึ้นนิดเดียว

เวลาลูกพูดมาคำเดียว ให้เราพูดคำนั้นซ้ำแล้วเติมให้ยาวขึ้นอีกนิด โดยไม่ต้องบอกว่าเขาพูดผิด

  • ลูก: "Car!" → เรา: "Yes, a red car! The red car is fast."
  • ลูก: "หมา" → เรา: "Yes, a dog! A big dog."

ลูกตอบเป็นภาษาไทยก็ไม่เป็นไรเลยค่ะ เขาเข้าใจสิ่งที่เราพูดแล้ว ถึงได้ตอบถูกเรื่อง เด็กส่วนใหญ่ ฟังเข้าใจก่อนพูดออกมาเองได้ อีกนาน

ประโยคพูดกับลูก แบ่งตามช่วงของวัน

เลือกมาเฉพาะประโยคสั้นที่ใช้ได้จริงทุกวันค่ะ เริ่มจากช่วงที่บ้านเราทำสม่ำเสมอที่สุดก่อน ไม่ต้องใช้ครบทุกช่วง

ตื่นนอน

  • Good morning, sweetie! อรุณสวัสดิ์จ้ะลูก
  • Time to wake up. ได้เวลาตื่นแล้ว
  • Did you sleep well? หลับสบายไหม
  • Let's brush your teeth. ไปแปรงฟันกัน
  • Arms up! ยกแขนขึ้น (ตอนใส่เสื้อ)

กินข้าว

  • Are you hungry? หิวไหม
  • Sit down, please. นั่งก่อนนะ
  • Is it yummy? อร่อยไหม
  • One more bite. อีกคำนะ
  • All done? อิ่มแล้วเหรอ

อาบน้ำ

  • Bath time! ได้เวลาอาบน้ำแล้ว
  • Is the water too hot? น้ำร้อนไปไหม
  • Close your eyes. หลับตานะ
  • Let's dry off. เช็ดตัวกัน

ออกจากบ้าน

  • Put on your shoes. ใส่รองเท้า
  • Hold my hand. จับมือแม่ไว้นะ
  • Let's go! ไปกันเถอะ
  • Look! A dog. ดูสิ หมา

เล่นด้วยกัน

  • Your turn. / My turn. ตาหนู / ตาแม่
  • Can you find the red one? หาอันสีแดงเจอไหม
  • Let's clean up. เก็บของกัน
  • Good job! เก่งมาก

ความรู้สึก

  • Are you okay? เป็นอะไรหรือเปล่า
  • It's okay to be sad. เสียใจได้นะลูก
  • Give me a hug. มากอดหน่อย

ก่อนนอน

  • Time for bed. ได้เวลานอนแล้ว
  • Which book do you want? อยากอ่านเล่มไหน
  • Good night. I love you. ฝันดีนะ แม่รักหนูนะ

ประโยคภาษาอังกฤษพูดกับลูกทุกวัน แบ่งตามช่วงของวัน

เจอแบบนี้ ทำยังไงดี

ลูกไม่สนใจ เดินหนี ไม่ต้องตามค่ะ พูดต่อเหมือนพากย์ตัวเองไปเรื่อยๆ เด็กฟังอยู่แม้จะไม่หันมามอง แล้วลองใหม่ในช่วงที่เขาอารมณ์ดี

เราพูดผิดเอง ไม่เป็นไรค่ะ ถ้ารู้ตัวก็พูดใหม่ให้ถูกแบบสบายๆ ลูกจะได้เห็นด้วยว่าการพูดผิดแล้วแก้เป็นเรื่องธรรมดา

นึกประโยคไม่ออกกลางทาง พูดไทยไปก่อนได้เลยค่ะ แล้วคืนนั้นค่อยหาว่าประโยคนั้นพูดว่าอะไร พรุ่งนี้ค่อยใช้ ประโยคที่ได้มาจากสถานการณ์จริงของบ้านเราเอง คือประโยคที่จะได้ใช้ซ้ำมากที่สุด

ไม่แน่ใจว่าออกเสียงถูกไหม ฟังเสียงเจ้าของภาษาเทียบก่อนใช้ค่ะ ฟังสองสามรอบแล้วพูดตาม ไม่ต้องเป๊ะ ขอให้สื่อสารรู้เรื่อง

อยากได้ประโยคครบทุกสถานการณ์ พร้อมเสียงเจ้าของภาษา

คู่มือปั้นครอบครัว 2 ภาษา และ Web App ฟังเสียงประโยคบนมือถือ

ประโยคในหน้านี้พอให้เริ่มได้ค่ะ แต่พอพูดไปสักพัก จะเริ่มอยากได้ประโยคของสถานการณ์ที่เฉพาะกับบ้านเรามากขึ้น กุ้งทำ คู่มือปั้นครอบครัว 2 ภาษา ไว้สำหรับตรงนี้ค่ะ มีวิธีฝึกลูกพูดทีละขั้น และมี Web App ให้ค้นประโยคแล้วฟังเสียง 2 สำเนียง US/UK ได้ทันทีบนมือถือ ทุกประโยคตรวจโดยอาจารย์เจ้าของภาษา

แต่ถึงยังไม่มีตัวช่วยอะไรเลย เริ่มจาก 5 ประโยคตอนอาบน้ำคืนนี้ก็พอแล้วค่ะ แล้วมาเล่าให้กุ้งฟังนะคะว่าบ้านไหนเริ่มจากช่วงไหน