สวัสดีค่ะ กุ้งเองนะคะ
ถ้าคุณพิมพ์ค้นว่า "สอนพ่อแม่พูดภาษาอังกฤษกับลูก" แล้วมาเจอหน้านี้ กุ้งเดาว่าคุณน่าจะอยากพูดภาษาอังกฤษกับลูกมาสักพักแล้ว แต่ยังไม่ได้เริ่ม เพราะใจหนึ่งคิดว่า "ภาษาอังกฤษเราเองยังไม่ดีเลย จะไปสอนลูกได้ยังไง"
หน้านี้กุ้งเขียนให้พ่อแม่แบบนั้นค่ะ ไม่ได้เขียนให้คนที่เก่งอังกฤษอยู่แล้ว ทุกอย่างในหน้านี้ตั้งใจให้ ใช้ได้เลยตั้งแต่พรุ่งนี้เช้า และพิมพ์เก็บไว้ติดตู้เย็นได้ค่ะ
ไม่จริงค่ะ สิ่งที่ลูกต้องการไม่ใช่ครูที่รู้ไวยากรณ์ครบ แต่คือ คนที่พูดกับเขาบ่อยๆ ในเรื่องที่เกิดขึ้นตรงหน้า ประโยคที่ใช้กับเด็กเล็กส่วนใหญ่สั้นมาก อย่าง "Time to eat." หรือ "Put on your shoes." ซึ่งพ่อแม่ส่วนใหญ่พูดได้อยู่แล้ว แค่ยังไม่ได้เอามาพูดจริง
เด็กฟังเสียงจากหลายทางค่ะ ทั้งจากเรา จากนิทาน จากเพลง จากการ์ตูน เสียงของเราเป็นแค่หนึ่งในนั้น สิ่งที่เราให้ได้และสื่ออื่นให้ไม่ได้ คือการคุยโต้ตอบกันจริงๆ ส่วนเรื่องสำเนียง ให้ใช้เสียงเจ้าของภาษาเป็นตัวช่วยฟังเทียบ ทั้งตัวเราและลูกก็ค่อยๆ ปรับไปด้วยกันได้
เด็กที่โตมากับสองภาษา อาจพูดปนสองภาษาในประโยคเดียวในช่วงแรก เช่น "แม่ ดู dog" อันนี้เป็นเรื่องปกติของเด็กที่กำลังเรียนสองภาษา ไม่ได้แปลว่าเขาสับสนค่ะ เขากำลังใช้ทุกคำที่ตัวเองมีเพื่อบอกสิ่งที่อยากบอก
ถ้าจำได้แค่ข้อเดียวจากหน้านี้ ขอให้เป็นข้อนี้ค่ะ อย่าแยกเวลามา "สอน" ภาษาอังกฤษ ให้พูดแทรกเข้าไปในสิ่งที่ทำกับลูกอยู่แล้วทุกวัน ตอนตื่นนอน ตอนกินข้าว ตอนอาบน้ำ ตอนออกจากบ้าน
เพราะคำที่ลูกได้ยินพร้อมกับเห็นของจริง ทำจริง จะมีความหมายสำหรับเขามากกว่าคำที่ท่องจากบัตรคำ และสำหรับพ่อแม่เอง แบบนี้ก็ไม่ต้องหาเวลาเพิ่มเลยค่ะ
แผนนี้เป็นแผนให้ พ่อแม่ ค่อยๆ พูดจนติดเป็นนิสัยนะคะ ไม่ใช่แผนวัดผลลูก เด็กแต่ละคนรับภาษาเร็วช้าไม่เท่ากัน ไม่ต้องเทียบกับบ้านไหนเลยค่ะ

เลือกกิจวัตรมา ช่วงเดียว ที่ทำทุกวันแน่ๆ เช่น ตอนอาบน้ำ แล้วใช้ประโยคเดิม 5 ประโยคซ้ำทุกวันตลอดสัปดาห์ การพูดซ้ำไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อสำหรับเด็กค่ะ เขาชอบความคาดเดาได้ และพูดซ้ำทำให้เราเองพูดคล่องขึ้นด้วย
เพิ่มการพูดบรรยายสิ่งที่เรากำลังทำ เหมือนพากย์ตัวเองให้ลูกฟังค่ะ ไม่ต้องรอให้ลูกตอบ
เริ่มถามคำถามสั้นๆ โดยเฉพาะ คำถามที่มีคำตอบให้เลือก เพราะลูกได้ยินคำตอบอยู่ในคำถามแล้ว ตอบง่ายกว่าคำถามปลายเปิดมาก
เวลาลูกพูดมาคำเดียว ให้เราพูดคำนั้นซ้ำแล้วเติมให้ยาวขึ้นอีกนิด โดยไม่ต้องบอกว่าเขาพูดผิด
ลูกตอบเป็นภาษาไทยก็ไม่เป็นไรเลยค่ะ เขาเข้าใจสิ่งที่เราพูดแล้ว ถึงได้ตอบถูกเรื่อง เด็กส่วนใหญ่ ฟังเข้าใจก่อนพูดออกมาเองได้ อีกนาน
เลือกมาเฉพาะประโยคสั้นที่ใช้ได้จริงทุกวันค่ะ เริ่มจากช่วงที่บ้านเราทำสม่ำเสมอที่สุดก่อน ไม่ต้องใช้ครบทุกช่วง

ลูกไม่สนใจ เดินหนี ไม่ต้องตามค่ะ พูดต่อเหมือนพากย์ตัวเองไปเรื่อยๆ เด็กฟังอยู่แม้จะไม่หันมามอง แล้วลองใหม่ในช่วงที่เขาอารมณ์ดี
เราพูดผิดเอง ไม่เป็นไรค่ะ ถ้ารู้ตัวก็พูดใหม่ให้ถูกแบบสบายๆ ลูกจะได้เห็นด้วยว่าการพูดผิดแล้วแก้เป็นเรื่องธรรมดา
นึกประโยคไม่ออกกลางทาง พูดไทยไปก่อนได้เลยค่ะ แล้วคืนนั้นค่อยหาว่าประโยคนั้นพูดว่าอะไร พรุ่งนี้ค่อยใช้ ประโยคที่ได้มาจากสถานการณ์จริงของบ้านเราเอง คือประโยคที่จะได้ใช้ซ้ำมากที่สุด
ไม่แน่ใจว่าออกเสียงถูกไหม ฟังเสียงเจ้าของภาษาเทียบก่อนใช้ค่ะ ฟังสองสามรอบแล้วพูดตาม ไม่ต้องเป๊ะ ขอให้สื่อสารรู้เรื่อง
ประโยคในหน้านี้พอให้เริ่มได้ค่ะ แต่พอพูดไปสักพัก จะเริ่มอยากได้ประโยคของสถานการณ์ที่เฉพาะกับบ้านเรามากขึ้น กุ้งทำ คู่มือปั้นครอบครัว 2 ภาษา ไว้สำหรับตรงนี้ค่ะ มีวิธีฝึกลูกพูดทีละขั้น และมี Web App ให้ค้นประโยคแล้วฟังเสียง 2 สำเนียง US/UK ได้ทันทีบนมือถือ ทุกประโยคตรวจโดยอาจารย์เจ้าของภาษา
แต่ถึงยังไม่มีตัวช่วยอะไรเลย เริ่มจาก 5 ประโยคตอนอาบน้ำคืนนี้ก็พอแล้วค่ะ แล้วมาเล่าให้กุ้งฟังนะคะว่าบ้านไหนเริ่มจากช่วงไหน