QR-Code
สแกนคิวอาร์โค๊ดด้านบนหรือ
คลิ๊กปุ่มด้านล่างได้เลยค่ะ
เพิ่มเพื่อน
ปิด
บทความ
รายการบทความล่าสุด คลิ๊กที่นี่ หากต้องการดูทั้งหมด
สอนลูกพูดภาษาอังกฤษ

สอนลูกพูดภาษาอังกฤษ

สอนลูกพูดภาษาอังกฤษ

การสอนลูกพูดภาษาอังกฤษ ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ปัจจุบันมีหลายๆครอบครัวมากๆที่เริ่มสอนลูกให้พูดภาษาอังกฤษด้วยตัวเองจากที่บ้าน เพราะโลกที่เปิดกว้างมากขึ้น และทุกคนเห็นความสำคัญของการสื่อสารภาษาอังกฤษ ต่อไปจะมีเด็กไทยอีกมากมายที่พูดภาษาอังกฤษได้แบบสื่อสารได้จริง โดยจุดเริ่มต้นจากการพูดคุยภาษาอังกฤษในครอบครัวที่เริ่มจากที่บ้าน

จะเห็นว่าปัจจุบัน การสอนลูกพูดภาษาอังกฤษ ไม่ได้จำกัดอยู่ในเฉพาะครอบครัวที่พ่อแม่เก่งภาษา เด็กนักเรียนนอก หรือครูภาษาอังกฤษเท่านั้น สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ไม่ได้เก่งภาษาอังกฤษแต่อยากจะปลูกฝังให้ลูกได้สื่อสารจริงๆในชีวิตประจำวันเป็นภาษาอังกฤษ ทำไมหลายๆครอบครัวเหล่านี้จึงตัดสินใจว่าต้องเริ่มสอนลูกพูดภาษาอังกฤษด้วยตนเองแม้ว่าตัวเองก็ไม่ได้เก่งภาษามากนัก บางคนไม่เก่งเลยด้วยซ้ำ

1. เรามีตัวอย่างเด็กที่พูดภาษาอังกฤษได้จากการสอนลูกพูดภาษาอังกฤษโดยผู้ปกครองมากขึ้น เวลาเราเดินออกไปข้างนอก เราจะเห็นคนไทยหน้าไทยๆลูกก็หน้าตาไทยๆพูดภาษาอังกฤษกันทั้งๆที่เค้าก็พูดไทยได้เยอะขึ้น แม้สำเนียงไม่ได้เป๊ะแบบเด็กจบนอกก็ตาม แต่เหนือสิ่งอื่นใดที่เราเห็นคือ เด็กคนนึงสื่อสารภาษาอังกฤษได้คล่องตามที่ตัวเองต้องการจะสื่อสารออกมา แล้วทำไมเราถึงจะไม่ทำบ้างล่ะ จะมัวอายอะไร

2. ถ้าไม่สอนลูกพูดภาษาอังกฤษ อนาคตน่าจะไม่ทันเด็กๆคนอื่น เพราะที่โรงเรียนทั่วๆไปเกือบจะทั้งหมดสอนให้ทำข้อสอบได้ ท่องจำได้ แต่เด็กพูดภาษาอังกฤษไม่ได้

3. เด็กทั่วไป พ่อแม่ทั่วไป ไม่ได้มีโอกาสส่งลูกเรียนโรงเรียนอินเตอร์แพงๆได้ทุกคน แต่เราสามารถเติมเต็มสิ่งที่จะมาเปิดโอกาสให้ลูกได้โดยการสอนลูกพูดภาษาอังกฤษจากที่บ้าน

4. ความรู้วิชาการต่างๆเกี่ยวกับพัฒนาการเด็กในการสื่อสาร ชี้ให้เห็นว่าการสื่อสารเกิดขึ้นจากคนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปมาพูดคุยกัน ปฎิสัมพันธ์กัน จึงเกิดการสื่อสารพัฒนาอย่างค่อยเป็นค่อยไปผ่านประสาทสัมผัสต่างๆ การพูดคุยกันที่บ้านสามารถทำได้และเอื้อให้เกิดสถานการณ์การสอนลูกพูดภาษาอังกฤษตามสถานการณ์นี้ได้ง่ายกว่าที่อื่น

5. เทคโนโลยีต่างๆ เราเข้าถึงและมีการพัฒนาเพื่อตอบสนองให้พ่อแม่สอนลูกพูดภาษาอังกฤษได้ง่ายขึ้น ขอเพียงแค่นำมาใช้ให้ถูกวิธีและเกิดประโยชน์ตามที่ควรจะเป็น ซึ่งสื่อบางอย่างก็โฆษณาเกินจริงไปเยอะ หลายครอบครัวน่าจะเริ่มเห็นและใช้มันให้เหมาะสมกับสิ่งที่มันทำได้มากขึ้น


ด้วยเหตุผลต่างๆที่กล่าวมา พ่อแม่คงต้องปรับตัวและเริ่มสอนลูกพูดภาษาอังกฤษ เพื่อไม่ให้ลูกเสียโอกาสต่างๆในอนาคต มีหลายครอบครัวมากๆที่เคยลองแล้วหยุด ลองแล้วเหนื่อย ลองแล้วท้อ ลองแล้วไปต่อไม่ได้ ทั้งเสียเงินเสียเวลา แต่แล้วก็หยุด ไม่ใช่ว่าทุกครอบครัวจะสำเร็จในการสอนลูกพูดภาษาอังกฤษ ส่วนใหญ่ที่หยุดสอนลูกพูดภาษาอังกฤษไปก่อนกลางคันที่ลูกจะพูดได้สื่อสารได้ ส่วนใหญ่น่าจะเป็นเพราะเรายังปรับความคิด(mindset)ของตัวเองยังได้ไม่ดีนัก ทำให้เราไม่มั่นคงพอที่สอนลูกพูดภาษาอังกฤษได้ โดยเฉพาะคนที่ไม่เก่งภาษา จะค่อนข้างมีแรงกดดันเยอะ (ซึ่งจริงๆแล้วมันไม่ได้เป็นปัญหาในการสอนลูกพูดภาษาอังกฤษ ถ้าเราปรับความคิด ให้เหมาะสมกับครอบครัวตัวเองมาดีแล้ว) เช่น

- สำเนียง อยากให้เหมือน 100 ตั้งแต่เริ่ม แค่คิดก็ท้อแล้ว ซึ่งมันยังไม่จำเป็น ถ้าเราไม่เก่งภาษาสอนลูกพูดภาษาอังกฤษ เราต้องการแค่ความชัดและสื่อสารรู้เรื่องก่อน เมื่อลูกพูดภาษาอังกฤษได้แล้ว ลูกสามารถไปต่อยอดให้ดีขึ้นได้เอง ต่อไปเราจะตามลูกไม่ทันด้วยซ้ำ

- อายชาวบ้าน ป้าข้างบ้าน คนในห้าง แม่ค้าร้านข้าว เวลาสอนลูกพูดภาษาอังกฤษ ก็เริ่มจากในบ้านก่อน มีอะไรให้พูดเยอะแยะในบ้าน ถ้าพูดในบ้านได้แล้ว พอไปพูดนอกบ้านเราจะมั่นใจขึ้น ไม่อาย อย่าเพิ่งไปอยากพูดทุกอย่างบนโลกนี้กับลูก มันเริ่มยากสำหรับคนไม่เก่งภาษาอย่างเรา

- อายชาวบ้าน ป้าข้างบ้าน คนในห้าง แม่ค้าร้านข้าว เราว่าเรามั่นใจและพูดภาษาอังกฤษกับนอกบ้านได้แล้ว แต่ก็ไม่วายมีคนติเตียน นินทา มองแปลกๆ ว่าเราพูดไม่ดี สำเนียงไม่ดีบ้างหละ สอนลูกพูดภาษาอังกฤษไม่ได้หรอกบ้างหละ อายในสิ่งที่คนอื่นมองแม่หรือมองพ่อเวลาเจอคนอื่นๆที่ไม่เข้าใจ กลับมาที่ mindset อีกครั้ง ยิ้มอ่อนๆและคิดในใจ ช่างพวกคุณเถอะจะมองเราว่าอย่างไร เราไม่อยากให้ลูกเป็น 1 คนที่โดนตัดโอกาสเพราะพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ในอนาคต ลูกเราควรจะมีโอกาสอีกมากมายรออยู่ข้างหน้าสิ นี่คือสิ่งที่ดีที่สุดที่แม่จะให้หนูได้ แม่ไม่ได้มีเงินเป็นแสนเป็นล้านส่งหนูเรียนโรงเรียนอินเตอร์ดีๆได้ แต่มันก็ไม่ใช่การปิดโอกาสในการพูดภาษาอังกฤษได้ของลูก นี่คือสิ่งที่ดีที่สุดที่เราทำได้เพื่อคนที่เรารักที่สุด เพราะฉะนั้นอย่าได้ใส่ใจ หรือใส่ใจตามสมควรก็พอ

- ไขว้เขว เพราะคำคนอื่น เช่น สอนลูกพูดภาษาอังกฤษยังไง ลูกพูดไม่เห็นชัดเลย สำเนียงลูกไม่เห็นดีเหมือนครอบครัวนั้นเลย แม่บ้านนี้เรียนจบเมืองไทยล้วนๆไม่เคยย่างกลายไปไหนเลย ฝรั่งสักคนยังไม่เคยพูดด้วยจริงๆจังๆเลย เอาลูกเราไปเทียบกับลูกพ่อแม่เด็กนักเรียนนอก เพื่อ!? คงเพื่อให้เรารู้สึกแย่เฉยๆนี่แหละมั้งเค้าคงไม่ได้คิดมากอะไร เพราะฟังแล้วก็ไม่ได้มีประโยชน์สักเท่าไหร่กับเรา ถึงแม้ว่าบางคนจะหวังดีลึกๆกับการสอนลูกพูดภาษาอังกฤษของเราก็เถอะ ขออีก 1 ตัวอย่าง อื้อหือลูกพูดได้เป็นคำๆเอง ยังไม่เห็นเป็นประโยคเลย ลูกเราเพิ่ง 1 ขวบ เราอย่าไปเสียความมั่นใจ 1 ขวบ พูดเป็นคำๆ ถูกต้องตามพัฒนาการแล้ว อ่านและทำความเข้าใจสิ่งที่ลูกทำได้เยอะๆแล้วเราจะรู้ว่าลูกเราปกติ และรอดูว่าต่อไปลูกจะทำอะไรได้อีก ข้อมูลแน่นเราจะไม่ไขว้เขว เราจะไม่เลิกล้มการสอนลูกพูดภาษาอังกฤษง่ายๆ


จริงๆแล้วเราโชคดีนะที่จะมาเริ่มสอนลูกพูดภาษาอังกฤษตอนนี้ เพราะข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับการสอนลูกพูดภาษาอังกฤษมีให้เราอ่าน เราศึกษาเยอะมาก และการสอนลูกพูดภาษาอังกฤษก็แพร่หลายขึ้น มีคนสอนลูกพูดภาษาอังกฤษเยอะขึ้นจนจะเป็นเรื่องงปกติแล้ว เราก็จะไม่ค่อยอายมากเหมือนเมื่อก่อน คนอื่นๆก็จะเข้าใจมนุษย์พ่อมนุษย์แม่ที่สอนลูกพูดภาษาอังกฤษมากขึ้น หรืออีก 1 อย่างที่ทำให้เราสอนลูกได้ง่ายขึ้น คือประโยคต่างๆที่เมื่อก่อนเป็นปัญหาใหญ่ของคนไม่เก่งภาษาในการเริ่มสอนลูกพูดภาษาอังกฤษเลย ก็มีให้เราค้นคว้าหรือหาซื้อได้ง่ายขึ้น และมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลาให้คุณพ่อคุณแม่นำประโยคไปใช้พูดกับลูกได้ง่ายขึ้น ตามลำดับความต้องการของผู้ใช้งานดังนี้

1. ประโยคภาษาอังกฤษ+คำอ่านไทย
แต่มีปัญหาอ่านแล้วไม่เหมือน ออกเสียงไม่ชัด เพราะหน่วยเสียงภาษาอังกฤษหลายเสียงไม่มีในภาษาไทย

2. ประโยคภาษาอังกฤษ+คำอ่านไทย+เสียง
แต่มีปัญหา ค้นหามาใช้งานยาก ใช้งานลำบาก ไม่ทันเวลา

3. ประโยคภาษาอังกฤษ+คำอ่านไทย+เสียง+ระบบค้นหาที่รวดเร็ว
แต่มีปัญหาบางประโยคยาว หรือออกเสียงยาก ฟังไม่ทัน

4. ประโยคภาษาอังกฤษ+คำอ่านไทย+เสียง+ระบบค้นหาที่รวดเร็ว+ระบบเพิ่มลดความเร็วประโยค

จะเห็นว่าทุกอย่างมีการพัฒนาไม่หยุดเลย มันง่ายขึ้นมาก ตอนนี้ถ้าเราจะเริ่มสอนลูกพูดภาษาอังกฤษ คงไม่ใช่เรื่องยากเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป เราต้องเริ่มที่การปรับ mindset เพื่อให้เห็นเป้าหมายที่ชัดเจน เราจะได้ไม่ไขว้เขว เลือกสอนวิธีที่เหมาะกับครอบครัวเรา ไม่ทำแบบเครียดเกินไป มิฉะนั้นเราจะได้แค่เริ่มสอนลูกพูดภาษาอังกฤษแต่ทำต่อไม่ไหว ไม่หวังสูงเกินบริบทของตัวเอง เพราะสุดท้ายสิ่งที่เราต้องการที่สุดคือลูกเราสื่อสารภาษาอังกฤษได้จริงในชีวิตประจำวัน หลังจากนั้นลูกอยากจะไปไกลแค่ไหนไม่ได้ขึ้นอยู่กับลูกจะไปต่อเองแล้วค่ะ

ตั้งชื่อลูกสาว ตามวันเกิด อักษรที่ควรหลีกเลี่ยง มีอะไรบ้างที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้อย่างที่เราได้แนะนำไปว่าการ ชื่อเล่นลูกสาว นั้น จะมีชื่อที่ให้เลือกมากมายแต่สิ่งหนึ่งที่ควรให้ความสำคัญก็คือ การหลีกเลี่ยงอักษรที่ไม่เหมาะสมกับคนที่เกิดวันนั้น ๆ เพราะว่าเป็นอักษรที่สร้างความไม่เป็นมงคลแก่ชีวิตของลูกสาวคุณได้ โดยคุณสามารถนำไปให้หลวงพ่อหรือพระที่ท่านนับถือ ช่วยตั้งให้ได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น ชื่อเล่นลูกสาว พ หรือ ชื่อเล่นลูกสาว ต ก็สามารถตั้งตามต้องการได้เลย และตัวอักษรกาลกิณีที่ควรหลีกเลี่ยงมีดังต่อไปนี้

ทดสอบหัวข้อที่จะพูด

เนื้อหาจำลองแบบเรียบๆ ที่ใช้กันในธุรกิจงานพิมพ์หรืองานเรียงพิมพ์ หัวข้ออะไรซักอย่าง มันได้กลายมาเป็นเนื้อหาจำลองมาตรฐานของธุรกิจดังกล่าวมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 เมื่อเครื่องพิมพ์โนเนมเครื่องหนึ่งนำรางตัวพิมพ์มาสลับสับตำแหน่งตัวอักษรเพื่อทำหนังสือตัวอย่าง

เนื้อหาจำลองมาตรฐานของธุรกิจดังกล่าวมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 สัปประหลาด เมื่อเครื่องพิมพ์โนเนมเครื่องหนึ่งนำรางตัวพิมพ์

เนื้อหาจำลองแบบเรียบๆ ที่ใช้กันในธุรกิจงานพิมพ์หรืองานเรียงพิมพ์ สัปประหลาด หัวข้ออะไรซักอย่าง มันได้กลายมาเป็นเนื้อหาจำลองมาตรฐานของธุรกิจดังกล่าวมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 เมื่อเครื่องพิมพ์โนเนมเครื่องหนึ่งนำรางตัวพิมพ์มาสลับสับตำแหน่งตัวอักษรเพื่อทำหนังสือตัวอย่าง

  • 1
    ลูกสาวที่เกิดวันอาทิตย์ ควรเลี่ยงตัวอักษร ศ ษ ส ห ฬ ฮ
  • 2
    ลูกสาวที่เกิดวันจันทร์ ควรเลี่ยง สระ ทั้งหมด
  • 3
    ลูกสาวที่เกิดวันอังคาร ควรเลี่ยงตัวอักษร ก ข ค ฆ ง
  • 4
    ลูกสาวที่เกิดวันพุธกลางวัน ควรเลี่ยงตัวอักษร จ ฉ ช ซ ฌ ญ
  • 5
    ลูกสาวที่เกิดวันราหูวันพุธกลางคืน ควรเลี่ยงตัวอักษร บ ป ผ ฝ พ ฟ ภ ม
  • 6
    ลูกสาวที่เกิดวันพฤหัสบดี ควรเลี่ยงตัวอักษร ด ต ถ ท ธ น
  • 7
    ลูกสาวที่เกิดวันศุกร์ ควรเลี่ยงตัวอักษร ย ร ล ว
  • 8
    ลูกสาวที่เกิดวันเสาร์ ควรเลี่ยงตัวอักษร ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ

ตั้งชื่อลูกสาว ไม่ว่าจะเป็นชื่อเล่นลูกสาวไทยๆ หรือ ชื่อเล่นลูกสาว อินเตอร์ เคล็ดไม่ลับฉบับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ ทันสมัยตลอดกาลสำหรับการตั้งชื่อ ชื่อเล่นลูกสาว เป็นชื่อที่คุณพ่อคุณแม่ควรให้ความใส่ใจตั้งแต่เด็ก เป็นชื่อเรียกที่ดูน่ารักอ่อนโยนสำหรับลูกสาวของคุณ เคล็ดที่เราจะนำมาแนะนำวันนี้ก็จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ มีแนวทางในการตั้งชื่อลูกสาวให้เหมาะสมกับตัวลูก และควรเป็นชื่อที่สามารถใช้ได้ตลอด เป็นชื่อที่ใคร ๆ ก็อยากเรียก เพราะว่าจะได้เรียกความน่ารักสดใสให้กับสาวน้อยที่กำลังจะเป็นหนูน้อยที่เกิดขึ้นมา ซึ่งการเตรียมชื่อนั้นเป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรให้ความสำคัญ เพราะว่าทุกคนมักจะคิดว่าชื่อของตัวเอง ไพเราะน่าฟังที่สุด

เทคนิคการตั้งชื่อลูกสาว ไม่ว่าจะเป็นชื่อเล่นลูกสาวไทยๆ หรือ ชื่อเล่นลูกสาว อินเตอร์ เพิ่มความน่ารัก สร้างเสน่ห์แก่ลูกน้อย สำหรับการตั้งชื่อ ชื่อเล่นลูกสาว นั้น มีได้หลากหลายแบบ ตั้ง ชื่อเล่น ลูกสาว ไทยๆ หรือตั้ง ชื่อเล่นลูกสาว อังกฤษ ก็สามารถทำได้เช่นกัน พ่อแม่ที่เป็นคนไทยทั้งคู่ก็สามารถเลือกชื่อที่เป็นทั้งภาษาอังกฤษหรือภาษาไทย ที่จะเพิ่มเสน่ห์ให้กับหนูน้อยได้เพิ่มมากขึ้น และเราขอแนะนำเทคนิคที่จะช่วยให้การชื่อลูกของคุณง่าย แถมยังได้ชื่อที่โดนใจคุณพ่อคุณแม่อย่างแน่นอน และนี่คือเคล็ดลับในการตั้งชื่อลูกของคุณพ่อคุณแม่ มีเคล็ดลับที่น่าสนใจดังต่อไปนี้

ตั้งชื่อลูกสาว ที่มาจากชื่อของพ่อแม่ เป็นอีกเคล็ดลับที่สามารถใช้ได้ตลอดกาล ด้วยการนำชื่อพ่อแม่มาตั้งเป็นชื่อของลูกของคุณ ไม่ว่าจะเป็น การนำตัวอักษรมาตั้งเป็นชื่อใหม่ หรือใช้ตัวอักษรที่เหมือนกัน เช่น ลูกชายตั้งชื่อตามอักษรของแม่ และ ชื่อเล่นลูกสาวทันสมัย ใช้ชื่ออักษรตามชื่อของพ่อ เป็นต้น เป็นเคล็ดลับที่ทันสมัยและสร้างความผูกพักให้กับครอบครัวได้ไม่น้อยอีกด้วย

ตั้งชื่อลูกสาว ที่เกิดจากความชอบของพ่อแม่ หากเป็นชื่อที่คุณพ่อคุณแม่มีอยู่ในใจอยู่แล้วก็สามารถนำมาตั้งชื่อเป็นชื่อของหนูน้อยของคุณได้เลย เพราะว่าหลายท่านอาจจะมีชื่อดารา ชื่อตัวละครดัง หรือชื่อการ์ตูนที่ชื่นชอบมาตั้งแต่เด็ด มาเป็นชื่อให้กับลูกของคุณได้เช่นกัน

ตั้งชื่อลูกสาวด้วยการใช้ตัวอักษรมงคล บางครั้งการตั้งชื่อลูกอาจจะไม่สามารถเตรียมการได้มากหากต้องการตั้งชื่อให้มีความเป็นมงคลกับชื่อของลูกตามวันเกิด เบื้องต้นอาจจะหลีกเลี่ยงชื่อที่เป็นกาลกิณีต่อวันเกิดต่าง ๆ ที่คุณพ่อคุณแม่พอจะประมาณการชื่อได้ว่าลูกที่จะเกิดมานั้น ควรมีวันเกิดเป็นวันไหน

ชื่อเล่นลูกสาว 1 พยางค์ 230 ชื่อ
ตั้งชื่อลูกสาว ทั้งชื่อเล่นลูกสาวไทยๆ และ ชื่อเล่นลูกสาว อินเตอร์

กิ๊บ กิม กุ้ง
ก้อย กัมพ์ กัส
เกต เกน เกรซ
เกรฟ เกล เกิร์ล
เกต เกน เกรซ
เกรฟ เกล เกิร์ล
เกต เกน เกรซ
เกรฟ เกล เกิร์ล

นี่คือเทคนิคเบื้องต้นในการตั้ง ตั้งชื่อลูกสาว หวังว่าไอเดียที่เราได้แนะนำมานั้นจะช่วยให้คุณสามารถนำไปปรับใช้ในการตั้งชื่อลูกได้ง่ายมาก ช่วยลดความกังวลให้กับคุณพ่อคุณแม่ได้ไม่มากก็น้อย หากสนใจบทความดี ๆ เหล่านี้เว็บไซต์ของเราจะนำมาแนะนำให้กับผู้อ่านในครั้งต่อไปว่า จะมีหัวข้อใดที่น่าสนใจบ้าง รับรองว่าโดนใจคุณพ่อคุณแม่มือใหม่และมืออาชีพอย่างแน่นอน